NACC
PACC
LINE OA QR Code
แชทกับเรา
คลิกเลย
💬 ผู้ช่วยญาดา

ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ

พร้อมให้บริการ
กำลังโหลด...
X
เทศบาลตำบลเมืองบัว
อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด
สถานที่สำคัญ-ท่องเที่ยว
สิม (อุโบสถ) วัดปทุมคงคา

ฝีมือญวนปากแหว่ง สิมโบราณศิลปไท-อีสาน ผสมญวณ คุมงานก่อสร้าง บูรณะมาแล้วหลายครั้ง อายุน่าจะ ร้อยกว่าปี ปัจจุบันได้รับการบูรณะอย่างดีแล้ว

บ้านเมืองบัวเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์  มีทั้งสุสานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีกู่เมืองบัวซึ่งมีศิลปะขอมแบบบาปวน มีผังแบบคูน้ำคันดินล้อมรอบชุมชนของคนโบราณ ตั้งอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้

มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นชุมชนและเมืองโบราณที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน คือ ที่ตั้งหมู่บ้านเป็นเนินดินสูงมีคันดินคูน้ำล้อมรอบด้านทิศเหนือ
ตะวันออกและทิศใต้ พบหลุมฝังศพ โครงกระดูก พบภาชนะดินเผาลายเชือกทาบเคลือบโคลนสีแดงในหลุมฝังศพ นักวิชาการโบราณคดี สันนิษฐานว่าเป็นแหล่งโบราณยุคเดียวกันกับโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี มีอายุประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว.............

แหล่งท่องเที่ยวและพุทธศิลป์อีสาน โบราณสถาน วัดโบราณ วัดอีสาน ปราสาทขอม อโรคยาศาล ปราสาทหิน ฮูปแต้ม สิม สิมอีสาน อุโบสถอีสาน หอธรรม หอไตรอีสาน เรารวมพุทธศิลป์ของอีสานและแหล่งท่องเที่ยวในอีสาน ไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวพุทธศาสนาเชิงอนุรักษ์

กู่เมืองเมืองบัว

ปราสาทกู่เมืองบัว ตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด พุทธศตวรรษที่ 16-17 ศิลปะแบบนครวัด ปราสาทก่อด้วยศิลาแลง มีหินทรายประกอบบ้างในส่วนที่รองรับน้ำหนัก ผนังก่อทึบทั้ง 4 ด้าน ทำเป็นทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ด้านอื่นทำเป็นประตูหลอก ซึ่งยังเหลือให้เห็นทางด้านทิศใต้ กู่หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออกมีแนวคูน้ำล้อมรอบ

บริเวณปราสาทพบทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ศิลปะขอมแบบบาปวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตกอยู่ 1 ชิ้น ในอดีตเคยมีการขุดบริเวณด้านทิศใต้ของปราสาทประธานประติมากรรมรูปบุรุษและสตรีที่เคยประดิษฐานอยู่บนฐานประติมากรรมที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของปราสาทประธานปัจจุบันได้นำไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติร้อยเอ็ด ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีความเกี่ยวพันกับตำนานพื้นบ้าน  เรื่อง สังข์ศิลป์ชัย และพบเทวรูปมีศีรษะเป็นช้างลำตัวเป็นมนุษย์ซึ่งน่าจะหมายถึงพระคเณศ ซึ่งกลุ่มประติมากรรมรูปบุรุษและสตรี อาจเป็นรูปเคารพของพระศิวะและพระนางอุมา ซึ่งเป็นวงศ์ของพระคเณศและมักพบร่วมกันในโบราณสถานที่อุทิศถวายให้พระศิวะดังนั้นกู่เมืองบัวน่าจะเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย รูปแบบศิลปะแบบบาปวนตามรูปแบบทับหลังที่ยังปรากฏอยู่โดยอาจจะมีการดัดแปลงในพุทธศตวรรษที่ 18 เนื่องจากใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุในการก่อสร้าง ตามแบบโบราณสถานที่นิยมสร้างในช่วงเวลาดังกล่าวหรืออาจจะนำวัสดุก่อสร้างประเภทหินทราย เช่น ทับหลังของสมัยก่อนกลับมาใช้อีกในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ก็เป็นได้ แต่เนื่องจากโบราณสถานแห่งนี้ชำรุดหักพังมากและยังไม่มีการดำเนินการขุดแต่งทางโบราณคดี จึงไม่สามารถกำหนดอายุที่แน่นอนได้ แต่น่าจะมีอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 – 18

นักท่องเที่ยวที่สนใจมาชม ปราสาทกู่เมืองบัว ออกเดินทางจากจังหวัดร้อยเอ็ดตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 214 (ร้อยเอ็ด-จตุรพักตร์พิมาน-เกษตรวิสัย) เป็นระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอเกษตรวิสัย แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 214 (อำเภอเกษตรวิสัย-สุวรรณภูมิ) เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวา (ไปทางทิศใต้ของอำเภอเกษตรวิสัย) ไปตามทาง ร.พ.ช. (เกษตรวิสัย-สาหร่าย) ประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะมาถึงแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองบัว กู่เมืองบัวตั้งอยู่ในพื้นที่ทางทิศใต้ของบ้านเมืองบัว ทางทิศตะวันออกของวัดศรีอริยวงศ์ 

ทริปท่องเที่ยว

ทริปท่องเที่ยวที่ "เมืองบัว ร้อยเอ็ด" ควรเน้นไปที่แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและประวัติศาสตร์ เช่น เจดีย์มหามงคลบัว ซึ่งเป็นพระเจดีย์สีทองงดงามริมถนนทางหลวง และ ปราสาทกู่เมืองบัว ปรางค์โบราณสมัยนครวัดที่น่าสนใจ รวมถึง พิพิธภัณฑ์เมืองบัว ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและโบราณวัตถุสมัยโบราณ นอกจากนี้ ยังมี เมืองบัวการ์เด้นท์ สวนสนุกพร้อมไดโนเสาร์จำลอง และ บึงพลาญชัย แลนด์มาร์คใจกลางเมืองให้ไปพักผ่อน 
 

สถานที่ท่องเที่ยวหลัก
-เจดีย์มหามงคลบัว : พระเจดีย์องค์ใหญ่สีทองอร่าม เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธ และเป็นอนุสรณ์แด่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน สามารถถ่ายรูปสวยๆ ได้จากบ่อน้ำด้านหน้าเจดีย์ที่เกิดเป็นภาพสะท้อน 
-ปราสาทกู่เมืองบัว: ปราสาทหินสมัยนครวัดที่งดงาม ตั้งอยู่ในอำเภอเกษตรวิสัย ใกล้กับแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองบัว 
-พิพิธภัณฑ์เมืองบัว : จัดแสดงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณวัตถุของชุมชนโบราณบ้านเมืองบัว 
-เมืองบัวการ์เด้นท์: แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งสวนสนุกไดโนเสาร์ Fun Park และสวนอาหาร 
-บึงพลาญชัย : บึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด เป็นจุดพักผ่อนและถ่ายรูปยอดนิยม 
กิจกรรมที่น่าสนใจ
-ไหว้พระและปฏิบัติธรรม : เยี่ยมชมเจดีย์มหามงคลบัวเพื่อกราบพระบรมสารีริกธาตุ และเข้าชมพิพิธภัณฑ์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ 
-ชมสถาปัตยกรรมโบราณ : ไปชมปราสาทกู่เมืองบัว เพื่อสัมผัสสถาปัตยกรรมขอมโบราณ 
-พักผ่อนหย่อนใจ : ไปเมืองบัวการ์เด้นท์ เพื่อชมไดโนเสาร์จำลอง และเพลิดเพลินกับบรรยากาศสวน 
การเดินทางไปยังแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองบัว 
-เดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปตามทางหลวงหมายเลข 214 (ร้อยเอ็ด-เกษตรวิสัย) เมื่อถึงอำเภอเกษตรวิสัย เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 214 (เกษตรวิสัย-สุวรรณภูมิ) แล้วเลี้ยวขวาไปตามทาง ร.พ.ช. อีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองบัว

พิพิธภัณฑ์เมืองบัว

สุสานแคปซูลบ้านเมืองบัว (พิพิธภัณฑ์เมืองบัว) ตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย เป็นหลักฐานประเพณีการฝังศพครั้งที่ 2 หลักฐานนี้พบทั่วไปในทุ่งกุลา แต่แหล่งใหญ่ คือบ้านเมืองบัว การฝังศพครั้งที่ 2 ถือเป็นอารยธรรมของมนุษย์โบราณ กล่าวคือดั้งเดิมปล่อยศพทิ้งเป็นอาหารแร้งกาและสัตว์กินเนื้อ ต่อมาพัฒนาเป็นฝังศพในดินหรือเผาไม่ให้อุจาด เมื่อมนุษย์มีอารยธรรมมากขึ้นจึงเกิดการฝังกระดูกครั้งที่ 2 ในรูปแบบโลงศพแคปซูล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมทุ่งกุลาร้องไห้

โดยมนุษย์มีความเชื่อในเรื่องวิญญาณหลังการตายจึงมีพิธีกรรมเกี่ยวกับศพ พิธีกรรมจะช่วยเยียวยา บรรเทาอารมณ์เศร้าโศก ความกังวล ระส่ำระสายของคนที่มีชีวิต ภาชนะฝังศพสะท้อนโลกทัศน์ของคนว่าความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต และชีวิตหลังความตายยังดำเนินต่อไป การฝังศพยึดโยงคนตายไว้กับคนเป็นให้รู้ว่าตนเองมาจากไหน   

พิธีกรรมศพ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีการวางท่าทางของศพนอนหงายเหยียดยาว มีการมัดศพ กำหนดทิศทางให้ศพหันศีรษะไปตามทิศต่างๆอย่างมีแบบแผน กลบด้วยดินทับด้วยก้อนหินเพื่อป้องกันสัตว์แทะกิน อุทิศสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่ศพ เช่นภาชนะดินเผาใส่อาหาร สมัยต่อมามีการขุดหลุมฝังศพ อุทิศสิ่งของให้ศพมากขึ้น หลากหลายขึ้น เช่นเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องราง เครื่องประดับ อาวุธยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หรือยุคโลหะ ประเพณีฝังศพซับซ้อนยิ่งขึ้น พบการฝังศพในภาชนะดินเผา หรือการฝังศพครั้งที่ 2 โดยนำศพไปฝังดินในระยะเวลาหนึ่ง และนำมาบรรจุในภาชนะดินเผา เพื่อประกอบพิธีกรรมอีกครั้ง หรืออาจนำกระดูกทั้งโครงบรรจุในภาชนะดินเผา




โบว์ไว้อาลัย